Freedom Writer...
posted on 02 Sep 2009 09:32 by lament in movieต้นแบบของชีวิตที่ดี จะทำให้ชีวิตที่ตามมาดีไปด้วย...ไม่เคยมีใครที่จะพบแต่ความสุขในชีวิต
เธออาจผ่านเรื่องราวที่เลวร้ายมามากกว่าใครๆ...และเธอไม่ได้ผิดที่พบเจอเรื่องแบบนั้น
เธอเพียงแค่ต้องการใครสักคน...ใครสักคนที่ให้โอกาสเธอ และจะเข้าใจเธอด้วย"หัวใจ"

ที่กระผมนำมาให้ดูนี่คือ the freedom writer ฉบับoriginal กับโปสเตอร์ภาพยนตร์freedom writer
Freedom Writer เป็นภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริง และจากไดอะรี่ของเด็กนักเรียนวัยรุ่นในลองบีช ลอสแองเจลิส หลังเกิดเหตุการณ์จราจลจากการปะทะกันของกลุ่มคนต่างเชื้อชาติ
เอริน กรูเวลล์ ครูสาวผู้เปี่ยมอุดมการณ์ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในอาชีพ เมื่อลูกศิษย์ในชั้นไม่ว่าจะเป็นเด็กผิวดำ ละติน และเอเชีย ล้วนแล้วแต่อคติต่อเธอมากกว่าครูคนไหนๆ
เช้าวันหนึ่งคุณครูจีถือถุงกระดาษใหญ่มาสองใบ คุณครูหยิบของออกจากถุงสองใบนั้น ปรากฏว่าเป็น “สมุดบันทึก” ให้กับเด็กๆ ไว้เขียนบันทึก ครูจีบอกว่าเป็นสมุดเปล่าเอาไว้ให้เด็กๆ เขียนถึงความรู้สึกหรือเขียนถึงอะไรก็ได้ ถ้าใครอยากให้ครูอ่านก็ให้นำมาวางไว้ในตู้ด้านหลังของคุณครู ซึ่งคุณครูจะเปิดล็อกทิ้งเอาไว้>>>และนี่ ก็คือสไตล์การสอนที่แปลกไปจากที่กระผมเคยเจอมา ตลอด20กว่าปีที่ผ่านมาในชีวิตกระผม กระผมไม่เคยเจอครูแบบนี้มาก่อน เพราะที่ผ่านมาไดอะรี่คือการบ้านที่เราต้องทำส่งครูกันทุกคน ใครไม่ทำมีอันต้องถูกทำโทษ(หักคะแนนบ้างล่ะ ถูกตักเตือนบ้างล่ะ) ซึ่งนั่นถือว่าเป็นการกระทำที่ค่อนข้างเผด็จการในความคิดของกระผม เด็กจะไม่มีโอกาสให้เลือกเลย...สิ่งที่เขาต้องทำคือเขียน "เขียนอะไรล่ะ?" เขียนแค่เรื่องที่ดีที่ควรเขียนเท่านั้นเหรอ?...เด็กบางคนเกรงว่าจะถูกอาจารย์ดุหากเขียนเรื่องที่ไม่ดีลงไป ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาจะเขียน ก็คือเรื่องราวมุมหนึ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน...มันก็แค่มุมหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงมุมด้านอื่นๆ...แล้วอะไรคือความจริงล่ะ คุณจะไม่มีวันรู้แน่ว่าเด็กแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง ในเมื่อสิ่งที่เขาเขียนๆมาก็แค่เรื่องที่แต่งขึ้นมาเองภายในไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง *ทำส่งๆไปงั้นแหละ ขอแค่มีงานส่ง...>>>นั่นไงล่ะ ใครจะรู้ ว่ามันคือก้าวแรกของการสอนให้เด็กรู้จักหลอกลวง
วันหนึ่งครูจีมาเปิดตู้ดูก็พบว่า มีสมุดบันทึกวางอยู่ในนั้นเต็มไปหมด ให้เข้าใจได้ว่าเด็กๆ เขียนบันทึกและอยากให้ครูจีอ่านทุกคนเลย ครูจีใช้เวลาในการอ่านเรื่องราวของเด็กๆ เหล่านั้น เป็นเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคม เอรินเริ่มที่จะรับฟังเสียงหัวใจของเด็กเหล่านี้ ในแบบที่ไม่มีผู้ใหญ่คนใดคิดจะทำมาก่อน เอรินเข้าใจได้ทันทีเลยว่าลูกศิษย์ของเธอทุกคนไม่ได้เป็นคนเลวโดยนิสัย แต่พวกเขาต้องต่อสู้กับความโหดร้ายของชุมชนมาตั้งแต่ยังไม่เกิดเสียด้วยซ้ำ
จุดเด่นอีกอย่างของเรื่องนี้คือตอนที่ครูจีให้นักเรียนอ่านหนังสือ "บันทึกของ แอนน์ แฟรงค์" และนั่น คือจุดเริ่มของการสร้างสิ่งสำคัญอันยิ่งใหญ่ให้พวกเขา พวกเขาเรียนรู้ที่จะคิดและเข้าใจปัญหามากขึ้น และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เด็กเหล่านั้นร่วมมือกันระดมทุนออกค่าเครื่องบินให้แก่ "หญิงชาวฮอลแลนด์คนที่เคยช่วยให้ที่หลบซ่อนแก่ แอนน์ แฟรงค์" นั่นเอง...จนในที่สุดพวกเขาก็ได้พบกับเธอ
หญิงชราเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้นให้พวกเขาฟัง มีเด็หนึ่งยกมือขึ้นแล้วพูดกับหญิงชรานั่นว่า "คุณคือฮีโร่ของผม" แต่สิ่งที่หญิงชราตอบกลับไปคือการส่ายศรีษะปฏิเสธ แล้วบอกว่า "ฉันไม่ใช่ฮีโร่...ฉันเพียงทำสิ่งที่ฉันต้องทำ เราเป็นแค่คนธรรมดาๆ เราเพียงทำสิ่งเล็กๆ ที่แตกต่างในโลกที่มืดมิดใบนี้เท่านั้น และเราจะเป็นฮีโร่ได้ทุกๆ วัน...เรา ทุกๆคน”
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แสดงให้เราเห็นว่า สิ่งที่เอรินมอบให้เด็กๆเหล่านี้คือสิ่งที่ไม่เคยมีครูคนไหนเคยให้มาก่อน นั่นคือความเคารพและยอมรับ! นี่เป็นครั้งแรกที่วัยห้าวกลุ่มนี้จะได้รู้จักกับคำว่า "ความหวัง" ที่แสดงให้โลกได้เห็นถึงชีวิตของพวกเขา ผ่านปลายปากกาที่กลั่นออกมาจากหัวใจ...
เครดิตส่วนหนึ่ง http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=226